Today’s Lesson: เมคอัพสไตล์ “ปรุงจืด” ในภาษาอังกฤษ ถ้าพูดถึงเทรนด์บิวตี้ที่มาแรงและยืนหนึ่งในใจใครหลายคนตอนนี้ คงหนีไม่พ้นการแต่งหน้าโทนละมุน ๆ นวล ๆ หรือที่ชาวเน็ตไทยเรียกกันอย่างเอ็นดูว่า “แต่งหน้าแบบปรุงจืด”  คำว่า ปรุงจืด ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าจืดชืดไร้มิติ แต่หมายถึงการแต่งหน้าเน้นความสวยแบบธรรมชาติ ไม่เน้นสีสันที่ฉูดฉาด ไม่คัดเบ้าตาแน่น หรือ กรีดอายไลเนอร์คมกริบ แต่เป็นการ “แต่งเหมือนไม่ได้แต่ง” ที่ดูแพงและสบายตา แล้วถ้าเราอยากจะอธิบายลุคนี้เป็นภาษาอังกฤษล่ะ? จะใช้คำว่าอะไรให้ตรงเรฟและอินเทรนด์ที่สุด วันนี้เราสรุปมาให้แล้ว 3 คีย์เวิร์ดภาษาอังกฤษของสาว...
อัปสกิลอินเตอร์! ด้วย “สำนวนสัตว์โลก” (Animal Idioms) สุดคิ้วท์ที่ฝรั่งใช้บ่อยมาก เคยไหมคะ? เวลานั่งดูซีรีส์เรื่องโปรด หรือคุยกับเพื่อนต่างชาติ แล้วอยู่ ๆ เขาก็พูดคำว่า “ฝนตกเป็นแมวเป็นหมา” หรือ “มีผีเสื้ออยู่ในท้อง” ขึ้นมาเสียดื้อ ๆ จนเราแอบเอ๊ะในใจว่า “ห๊ะ? แปลว่าอะไรนะ?” เพราะถ้าแปลตรงตัวเนี่ย บอกเลยว่ามึนตึ้บแน่นอนค่ะ! ในภาษาอังกฤษมีสิ่งที่เรียกว่า Idioms (สำนวน) อยู่เยอะมาก ๆ ค่ะ และหนึ่งในหมวดที่ฮิตแถมยังน่ารักสุด ๆ ก็คือ “สำนวนเกี่ยวกับสัตว์” เพราะคนสมัยก่อนมักจะหยิบยกพฤติกรรมของเจ้าพวกสี่ขาหรือสัตว์รอบตัวมาเปรียบเปรยกับนิสัยของมนุษย์ วันนี้เราจะพาทุกคนไปอัปคลังคำศัพท์กับสำนวนสัตว์โลกสุดฮิตที่รู้ไว้ ได้ใช้ในชีวิตประจำวันแน่นอนค่ะ! 🐶...
สรุปรวม “เครื่องหมายวรรคตอน” (Punctuation): ฮีโร่ผู้อยู่เบื้องหลังทุกตัวอักษร ลองจินตนาการว่าคุณกำลังอ่านบทความภาษาอังกฤษอยู่โดยที่ไม่มีช่องว่างไม่มีเครื่องหมายคำถามไม่มีจุดฟูลสต็อปและไม่มีอะไรเลยคุณคงจะรู้สึกอึดอัดและหมดแรงตั้งแต่สามประโยคแรกใช่ไหมคะ? นี่คือเหตุผลที่ เครื่องหมายวรรคตอน (Punctuation) ถูกคิดค้นขึ้นมา พวกมันไม่ได้เป็นแค่สัญลักษณ์แปลกๆ ที่ถูกสาดลงบนหน้ากระดาษ แต่เป็นเหมือน “ป้ายจราจร” ในโลกของภาษาที่คอยบอกคนอ่านว่าควรหยุดตอนไหน ควรเว้นหายใจเมื่อไหร่ และควรใส่อารมณ์กับประโยคนั้นอย่างไร เมื่อเครื่องหมายเปลี่ยน ชีวิตก็เปลี่ยน ความทรงพลังของเครื่องหมายวรรคตอนเห็นได้ชัดที่สุดผ่านตำแหน่งของมัน บ่อยครั้งที่การวางเครื่องหมายผิดที่ สามารถเปลี่ยนความหมายจากหน้ามือเป็นหลังมือ หรืออาจถึงขั้น “เปลี่ยนชีวิต” ได้เลยทีเดียว ลองดูตัวอย่างคลาสสิกในภาษาอังกฤษนี้: แบบที่...
ประโยคภาษาอังกฤษใช้บ่อยในที่ทำงาน คุณเคยเจอสถานการณ์นี้ไหม? เวลาคุยภาษาอังกฤษกับเพื่อนร่วมงานหรือชาวต่างชาติ แล้วอยากจะบอกว่า “ฉันเข้าใจที่คุณพูดนะ” แต่ในหัวกลับคิดออกอยู่ประโยคเดียวคือ “I understand” การสื่อสารที่มีเสน่ห์และดูเป็นธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษา (Idiomatic expressions) มักจะผสมผสานระหว่าง Simple Sentences (ประโยคความเดียวที่กระชับ ตรงประเด็น) และ Idioms หรือ Slang (สำนวนที่สละสลวย) เข้าด้วยกัน วันนี้เรามาดูตัวอย่างประโยคที่ใช้บ่อยในการทำงานและชีวิตประจำวัน เพื่ออัปเกรดภาษาอังกฤษของคุณให้ดูโปรและเป็นธรรมชาติมากขึ้น 1. หมวด: “ฉันเข้าใจสิ่งที่คุณต้องการจะสื่อ” เวลาต้องการแสดงความเข้าอกเข้าใจ หรือบอกว่าเราตามความคิดของอีกฝ่ายทัน...
ผลลัพธ์การค้นหาสำหรับ

feel free

   
ภาษา
Dictionaries languages

English Phonetic Symbols




Chinese Phonetic Symbols


ลองค้นหาคำในรูปแบบอื่น ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์มากขึ้นหรือน้อยลง: -feel free-, *feel free*
มีผลลัพธ์ที่ไม่แสดงผลอยู่
ปรับการตั้งค่า
Dictionaries languages

English Phonetic Symbols




Chinese Phonetic Symbols


English-Thai: NECTEC's Lexitron-2 Dictionary [with local updates]
feel free(phrv) รู้สึกอิสระ
feel free(phrv) ตามสบาย, See also: ทำตัวตามสบาย, เชิญตามสบาย

ตัวอย่างประโยค จาก Open Subtitles  **ระวัง คำแปลอาจมีข้อผิดพลาด**
We can live there quite happily for some time, so whenever you feel like dying, feel free to visit.พวกเราสามารถอาศัยอยู่ในนั้นได้อย่างมีความสุข และเมื่อไหร่ที่เจ้าอยากตาย ก็ตามเข้าไปแล้วกัน The Princess Bride (1987)
Please feel free to use them.กรุณาใช้ตามสบาย Rushmore (1998)
But being in a country with so many unique customs, if I am to raise my son to be like his father, which I very much hope he will be, then I must feel free to follow our own traditions.แต่การที่ได้อยู่ในประเทศที่มีเอกลักษณ์ทางประเพณีที่หลากหลาย ถ้าหม่อมฉันจะเลี้ยงดูบุตรชายของหม่อมฉัน ให้เป็นเหมือนพ่อของเขา ซึ่งหม่อมฉันเอง ก็ปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะเป็น เมื่อนั้น หม่อมฉันก็จะต้องรู้สึกเป็นอิสระที่จะปฎิบัติตามธรรมเนียมของพวกหม่อมฉันเองเพค่ะ Anna and the King (1999)
Makes me feel free. Tap into my, you know, feminine side.อย่าห่วงเลย นั่นฝีมือผมเอง Valentine (2001)
The sign said "Feel free to watch,"ป้ายบอกว่า ดูฟรีนี่ครับ Shall We Dance (2004)
y'all should feel free to say something about it to me, ก็บอกมาได้ตามสบายเลยฮ่ะ Shall We Dance (2004)
Feel free to step in any time.ฉันอยู่ที่นี่มาจนเปลี่ยนพัศดี 6 คนแล้ว Shaun of the Dead (2004)
Oh Harry, do feel free to indulge in the snacks in my absenceโอ้ แฮรี่ตามสบายกับขนมรสแมงสาบของฉันได้นะ Harry Potter and the Goblet of Fire (2005)
Welcome, giant pansies! Please feel free to bask in my glow!ยินดีต้อนรับ ท่านแต๋วยักษ์ โปรดทำตัวตามสบายไม่ต้องกังวลอะไรในเขตของฉัน Madagascar (2005)
Feel free to use any of them Here's the oilใช้ได้ตามสบาย นี่น้ำมัน นี่น้ำมัน Always - Sunset on Third Street (2005)
That's what we call a "wicked stepmother." Feel free to boo.นั่นคนที่เรียกกันว่า"แม่เลี้ยงใจร้าย" โห่.. ให้เธอหน่อย Happily N'Ever After (2006)
Master Turner, feel free to go ashore the very next time we make port!เจ้านาย เทอร์เนอร์ ขึ้นฝั่งได้ไม่ต้องเกรงใจ ทุกๆ ครั้งต่อไปที่เราเทียบท่า Pirates of the Caribbean: Dead Man's Chest (2006)

ตัวอย่างประโยคจาก Tanaka JP-EN Corpus
feel freeFeel free to ask any questions.
feel freeFeel free to comment on any point made here.
feel freeFeel free to get yourself a drink if you are thirsty.
feel freeFor further inquiries, please feel free to contact us toll-free at 0120-00-0000.
feel freeIf something happens, feel free to call me.
feel free"May I use the phone?" "Please feel free."
feel freePlease feel free to ask a question at any time.
feel freePlease feel free to ask me any question.
feel freePlease feel free to ask me questions.
feel freePlease feel free to ask questions.
feel freePlease feel free to call me up.
feel freePlease feel free to contact me for details about the meeting or the schedule.

เพิ่มคำศัพท์


ทราบความหมายของคำศัพท์นี้? กด [เพิ่มคำศัพท์] เพื่อใส่คำนี้พร้อมความหมาย เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้ใช้ท่านอื่น ๆ


Are you satisfied with the result?



Discussions

ว่าด้วยโฆษณา
เราทราบดีว่าท่านผู้ใช้คงไม่ได้อยากให้มีโฆษณาเท่าใดนัก แต่โฆษณาช่วยให้ทาง Longdo เรามีรายรับเพียงพอที่จะให้บริการพจนานุกรมได้แบบฟรีๆ ต่อไป ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
Go to Top